Toey's profileI t 's M E ©PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
August 03 หวังว่า...เมื่อวานเป็นอีกวันที่เหนื่อยจริงๆ กิจกรรมทับซ้อนกันจนงง
นัดถ่ายรูปดีเจ เป็นโปรดิวเซอร์รายการทูทอค แล้วยังต้องจัดรายการเองอีก
แค่นึกภาพเห็นตัวเองวิ่งเป็นลิง ก็เหนื่อยตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มแล้ว
แล้วมันก็เป็นอย่างงั้นจริงๆ
การวิ่งขึ้นลงบันไดสองชั้น แต่หลายๆ ครั้งติดๆกันนี่ มันก็เอาเรื่องอยู่
...สยามวันเสาร์นี่ คนจะมารวมตัวกันเยอะไปมั้ย
... ที่จอดรถหายากไปรึป่าว?
ไหนเรื่องเวลาที่จะต้องฟิกซ์ เพราะตารางมันบังคับอยู่
แต่ก็นั่นแหละ เรื่องแค่นี้ สุดท้ายแล้ว ยุ่งแค่ไหน มันก็จะผ่านไปได้ทุกที
มีเรื่องอื่นที่ลำบากกว่านั้น ...
ตั้งแต่เด็ก แม่เลี้ยงเรามาแบบไม่เคยดุ ไม่เคยตีซักแปะ
แต่ถ้าต้องมอบโล่ห์ดีเด่นให้กับแม่ซักคนบนโลกนี้
จะขอเสนอชื่อแม่เป็นคนแรกเลย เพราะแม่ไม่เคยห้าม
เวลาที่เราจะทำอะไร ไม่ว่าจะหลุดกรอบแค่ไหน
จะไม่เคยมีคำว่า ไม่ ออกมาจากปากแม่ เรียกได้ว่า แม่เป็นสุดยอดคุณแม่
ที่เคารพการตัดสินใจของคุณลูกมากๆ แล้วถ้าเกิดว่า สิ่งที่ทำลงไปมันผิด
มันพลาด แม่ก็จะไม่เคยดุซ้ำ แต่จะบอกว่า เห็นมั้ยจ๊ะ นี่คือผลของ
สิ่งที่ลูกได้ทำลงไป ถ้าหนูเจ็บ คราวหลังหนูอย่าทำอีกนะลูก
แล้วเราก็จะจำ ไม่ทำสิ่งนั้นอีก
และสิ่งนี้ มันปลูกฝังให้เราโตมากับความคิดที่ว่า
“ในโลกนี้ไม่มีใครทำอะไรผิด คนทุกคนมีเหตุผลเป็นของตัวเอง ทุกคนมีสิทธิ
ทำตามข้อแม้ของเค้า จงเคารพการตัดสินใจของผู้อื่น ถึงแม้ว่าผลที่เกิดขึ้นจะ
กระทบกระเทือนต่อคนอื่นๆอย่างไรก็ตาม แต่คนที่เสียใจที่สุด และรู้ดีที่สุด
ก็คือตัวของเค้าคนนั้นเอง”
แต่เวลาทำงาน บางอย่างมันก็ต้องเด็ดขาด งานก็คืองาน ไม่ใช่
แค่เราคนเดียวที่จะทำงานนี้ให้สำเร็จได้ ยังมีคนอีกมากที่เกี่ยวข้อง
บางทีคนอื่น ก็ไม่ได้คิดแบบเรา
แต่ว่าไอ้เราก็ตัวแค่นี้ ไม่ค่อยมีใครมองเห็น จะไปทำอะไรใครเค้าได้
ถ้าจะมีคนผิด ก็เรานี่เองแหละ
ผิด... ที่ไม่วางแผนให้ดี
ผิด...ที่ไม่คิดเผื่อเหตุผลของคนอื่น
สุดท้ายก็ต้องมานั่งบอกกับตัวเองว่า โทษใครไม่ได้ ก็จงโทษตัวเองเถอะ
หรือแม้กระทั่ง โทษตัวเองเถอะ ว่า จะหงุดหงิดไปทำไม อย่าไปตำหนิคนอื่น
เพราะเจ้าตัวเค้ารู้ และเค้าได้ถูกลงโทษด้วยความรู้สึกผิดมากพอแล้ว
บางเวลามันทำแสนยาก เมื่อเราต้องอยู่ตรงกลาง
ระหว่างความคิดแบบนี้ กับสิ่งที่มันควรจะเป็น
ยาก..จนน้ำตาตก
ผลก็คือ
ถ้าเจ้าตัวไม่รู้ เราก็ต้องมานั่งน้อยใจอีก ว่า การที่เราโทษตัวเอง
เพื่อไม่ต้องตำหนิเค้า มันไม่ได้เกิดผลอะไรเลย เหมือนเราต้องโทษตัวเองฟรีๆ
(แต่ก็นั่นแหละนะ ไม่มีใครใช้ให้ทำแบบนี้นี่นา ทำตัวเองทั้งนั้น)
อันนี้ก็จบลงที่ เราได้แต่หวังว่า วันนึง เค้าจะรู้
ถ้าเจ้าตัวรู้สึกผิด มันก็จะดีตรงที่ว่า เราไม่ต้องเคืองใจกันไม่ต้องมาว่า
มาตำหนิกัน และคราวหน้า ความผิดพลาดมันก็จะไม่เกิดขึ้นอีก
แล้วบางที กับบางคน มันก็ซับซ้อนไปอีกว่า เมื่อเค้ารู้สึกผิดในสิ่งที่เค้าทำแล้ว
คนที่เสียใจมากกว่า กลับเป็นเราเอง เพราะเราทำให้เค้ารู้สึกผิด
...อันนี้ทรมานใจที่สุด
และจบลงที่การหวังว่าเค้าจะเข้าใจ ว่าถ้าเรื่องนี้มีผลต่อเราคนเดียว
เค้าจะไม่ผิดอะไรเลย และไม่มีวันผิดด้วย
เอนทรี่นี้เข้าใจยาก แต่ก็หวังว่า อ่านแล้วคงจะเข้าใจเรามากขึ้น
แต่ถ้าไม่...ก็ไม่เป็นไรค่ะ
เข้าใจว่าทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง และมีสิทธิจะคิดอะไรยังไงก็ได้
ซึ่งเราเคารพสิทธินั้นเสมอโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ
และไม่มีผลต่อความรู้สึกในส่วนอื่นๆที่นอกเหนือจากเรื่องนี้ด้วย : )
แม่จ๋า...ขอบคุณนะจ๊ะ ที่สอนให้หนูเป็นคนแบบนี้
ปล. ไม่ได้ประชด คิดอย่างงี้จริงๆ
ปล. การไม่มีอินเตอร์เน็ตในห้อง ทำให้รู้สึกเหงามากขึ้น อยากทำอะไรก็ทำไม่ได้
เมื่อไหร่จะซ่อมเสร็จซักที ><~~
Comments (11)
TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://toeytoeytoey.spaces.live.com/blog/cns!D1D3DF93A4EE01FA!1304.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|