Toey's profileI t 's M E ©PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    January 02

    Keywords :]

     

    ทุกปี พอย่างเข้าสู่เดือนธันวาคมทีไร รอบๆตัวมันจะอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของ
    การเฉลิมฉลอง อะไรๆมันก็ดูสวยงามไปหมด เดือนนี้เป็นเดือนที่หลายๆ คนชอบ
    เพราะทำงานน้อย หยุดเยอะ แล้วทุกคนก็พร้อมใจกันเตรียมรับความสนุกและ
    อนุโลมให้ความรู้สึกอยากเที่ยวเล่นสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด มันก็ดีนะ...แต่เพราะ
    เดือนนี้มันเป็นเดือนสุดท้ายของปี
    บางวูบเราก็รู้สึกใจหาย..
    เหมือนมายืนทีจุดสูงสุดของหน้าผา แล้วมองลงไปเห็นภาพรวมของสิ่งที่เคยทำมา
    ตลอดปี บางอย่างก็ดี ทำให้เราชื่นใจ บางอย่างก็แย่ แต่ก็โล่งที่สุดท้ายแล้วมันก็
    ผ่านมาได้ด้วยดี แต่ไม่ว่าจะดีหรือร้าย เราก็จะรู้สึกผูกพันกับมัน แต่ตอนนี้ทุกอย่าง
    กำลังจะผ่านไป
    บางวูบก็รู้สึกเสียดายเวลา..
    มีอะไรหลายอย่างที่ยังไม่ได้ทำ เผลอแปปเดียว เวลากำลังจะเดินผ่านเราไปอีกปี
    แล้ว กลับมาทบทวนดู บางทีเราก็ปล่อยให้เวลาผ่านหน้าเราไปเฉยๆ โดยไม่ทำอะไร
    บางวูบก็รู้สึกกลัว..
    น่าจะเป็นธรรมดาของคนเรา มักจะกลัวในสิ่งที่ยังมองไม่เห็น ยังมาไม่ถึง เพราะไม่รู้ว่า
    ต้องเจอกับอะไรบ้าง เป็นความกลัวที่ผสมกับความตื่นเต้นนิดๆ
     
    สรุปแล้ว ปาริเป็นโรคกลัวปีใหม่ ยอมรับเลย !!
    แต่ที่เขียนมาตั้งยาว ยังไม่ได้เข้าเรื่องเลย มันแค่เป็นการเกริ่นเท่านั้น O_0" ฮ่าๆๆ
    ที่อยากจะเขียนจริงๆ ก็คือ ในปีที่ผ่านมาเนี่ย มีคำคำไหนที่สำคัญกับชีวิตเราบ้างต่างหาก
    (เข้าเรื่องมันซะดื้อๆ อย่างงี้ล่ะ)
     
    ปัญหา        
           the step to grow up!!
     
    สังเกตตัวเองว่า ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิด สาเหตุของมันก็มาจากหลายปัจจัย แต่ว่ามันจะ
    ร้ายแรงมากขึ้นเมื่อมันกระทบต่อความรู้สึก ความสัมพันธ์ หรือแม้กระทั่งหัวใจของเราเอง
    บางเรื่องเล็กมาก แก้ง่าย แต่ความรู้สึกที่เสียไป กู้กลับมายากเหลือเกิน ต้องใช้เวลา
    ความกล้าหาญ ความเด็ดเดี่ยว รวมถึงอาจต้องตัดใจ "ปลง" ไปในบางครั้ง
    ปัญหาใหญ่ในปีที่ผ่านมา มันเริ่มตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เสียน้ำตาไปถังใหญ่ เพราะปัญหา
    ไม่ได้เกิดจากเราเอง มันเป็นผลกระทบชิ่งมาอีกที กว่าจะผ่านช่วงนั้นมาได้ ก็เกือบแย่
    ทุกวันนี้ก็ยังมีแผลในใจอยู่ ระหว่างปีส่วนมากเป็นปัญหาที่เกิดจากตัวเราเอง ทั้งเรื่อง
    การสื่อสารที่ผิดพลาดทำให้แปลความไม่ตรงกัน คอนเซ็ปต์การทำงานที่เข้ากันไม่ได้
    การฝากความหวังไว้ที่คนอื่นมากจนเกินไป ความรู้สึกว่าตัวเองทำงานอย่างโดดเดี่ยว
    และล่าสุดความขัดแย้งระหว่าง "สิ่งที่อยากให้เป็น"  "สิ่งที่เป็นอยู่" หรือ
    "สิ่งที่มันควรจะเป็น"
     
    แต่แล้ว กระแสของวันเวลาก็พัดพาทุกอย่างให้ผ่านไป บางอย่างแก้ไขได้ บางอย่าง
    ทุเลาลง บางอย่างแค่สงบนิ่งรอวันปะทุใหม่ แต่สิ่งที่ได้เรียนรู้คือ
    ปัญหา ทำให้เราเติบโตขึ้น เข้มแข็งขึ้น
    ปัญหา ทำให้เรารอบคอบ รู้วิธีป้องกันและจัดการกับมันในคราวหน้า
    ปัญหา ทำให้เราหัดเข้าใจคนอื่น ไม่ว่าจะเข้าใจจริงๆ หรือจำเป็นต้องเข้าใจก็ตาม
    ปัญหา ทำให้เราเข้าใจความเป็นจริงของโลก เรียกง่ายๆ ว่า ปลง และปล่อยวาง
    ปัญหา ทำให้เรารู้ว่าเรามีจุดอ่อนตรงไหน ถึงยังแก้ไม่ได้ แต่ก็ยังได้รู้
    และปัญหา ทำให้เรารู้ว่า ใครที่เป็นห่วง เข้าใจเรา ใครที่เป็น "คู่คิด"
    และใครที่เป็น"เพื่อนแท้" :] ขอบคุณนะคะ
     
     
    เข้าใจ         
            a Key to be together 
     
    เรื่องยากและท้าทายในการอยู่ร่วมกันคือ ความเข้าใจในสิ่งที่แต่ละคนเป็น
    ปีที่ผ่านมา เราทำความเข้าใจคนอื่นด้วยการลองคิดแบบคนๆนั้นดู
    ผลก็คือ เราได้รู้จักตัวตนของเค้ามากขึ้น ลดความคาดหวังในสิ่งที่เรา
    อยากให้เป็นในตัวเค้าลง ยอมรับได้ว่า 3 ไม่ได้มาจาก 2+1 อย่างเดียว แต่
    มันอาจจะมาจาก 9/3 หรือ 1.5x2 หรืออาจจะเป็น 97-94 ก็ได้
    ไม่มีอะไรในโลกนี้จะเป็นไปอย่างที่เราต้องการทุกอย่าง ทุกคนมีเหตุผล ข้อแม้
    และวิถีทางเป็นของตัวเอง การจะอยู่ร่วมกันให้ได้ ต้องยอมรับในกติกาของกันและ
    กัน ถ้าเราไม่ได้คิดแบบนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะคิดแบบนี้ไม่ได้
    ต้องใจกว้าง ใจเย็น ยอมรับความเป็นจริงให้มากขึ้น ถ้าอยากเข้าใจกัน ก็อย่ามองแค่
    เค้าทำอะไร แต่ลองคิดดูให้ลึกๆว่า ทำไมเค้าถึงทำแบบนี้ สนุกดี !!!
    แล้วจะรู้ว่า การเข้าใจคนอื่น ไม่ยาก แต่ที่ยาก น่าจะเป็นการเข้าใจตัวเอง(ในบางขณะ)
    มากกว่า 555+
     
     
     
    ความเปลี่ยนแปลง        
                               never be the same
     
    ฝนเคยยกคำพระมาปลอบเราว่า ทุกอย่างในโลกล้วนมีวาระของมัน
    วาระของความสุข วาระของความทุกข์ วาระของการยิ้ม วาระของการร้องไห้
    วาระของความรัก วาระของความโกรธ วาระของความใส่ใจ วาระของการวางเฉย
    ฯลฯ อย่าได้คิดว่า วันนี้จะเหมือนเมื่อวาน พรุ่งนี้จะเหมือนวันนี้ ทุกวินาทีมีการ
    เปลี่ยนแปลงไปเสมอๆ ถึงรับไม่ได้ ก็ต้องรับให้ได้ เพราะมันเป็นสิ่งที่มันต้องเป็น
    ปีที่ผ่านมาบางอย่างก็โหดร้าย ทรมาน จนอยากให้จบๆไปซักที บางอย่างก็สวยงาม
    หอมหวานจนไม่อยากให้มันเปลี่ยนหรือผ่านไป แต่ยิ่งยื้อก็ยิ่งทุกข์ อะไรจะเกิดก็
    ต้องปล่อยให้มันเกิด แต่ขอให้สิ่งที่เรารักอยู่กับเราไปนานๆได้มั้ย อย่าไปไหนเลยนะ
    (คิดได้แต่ทำไม่ได้สินะ ฮ่าๆๆๆ) 
     
     
    ความคาดหวัง        
                    the harmful weapon
     
    จากประสบการณ์ของตัวเองและคนรอบข้างทั้งที่สนิทและไม่สนิท ทำให้รู้อย่างนึงว่า
    อาวุธที่ร้ายแรงที่สุดที่จะทำให้เราเจ็บช้ำปางตายได้ คือ "ความคาดหวังของเราเอง"
    ความคาดหวัง เป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาเอง แต่งเอง คิดเองทุกอย่าง โดยอาจตีความ
    จากปัจจัยภายนอกแต่ส่วนมากก็เป็นข้อมูลประเภท "คงจะ.." "น่าจะ..."
    "อาจจะ.." "หรือว่าเค้าจะ..." เอามาผสมกับสิ่งที่เราอยากจะให้เป็น
    (บางทีเราก็อาจจะเรียกให้มันเพราะน้อยกว่านั้นว่า "การคิดไปเอง")
    แต่ชีวิตที่ไร้ซึ่งความหวัง มันก็ช่างแห้งแล้งสิ้นดี เพราะมันคือพลังในการ
    ขับเคลื่อนให้เราทำอะไรบางอย่าง เพื่อให้ความหวังที่เป็นนามธรรมนั้น เกิดเป็น
    รูปเป็นร่างขึ้นมาได้ แต่ถ้ามันมากเกินไป หรืออยู่ผิดที่ผิดเวลา มันจะย้อนกลับมาหาเรา
    เป็น"ความผิดหวัง" ทีนี้จะไปโทษใครก็ไม่ได้ เราคิดของเราขึ้นมาเองทั้งนั้น
    ก็โทษตัวเองกันไป ยิ่งช้ำหนักเป็นสองเท่า
    วิธีการบริหารความคาดหวังอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดคือ อยู่บนโลกของความเป็นจริง
    ให้มากๆ (หลายคนคิดว่า สิ่งที่ตัวเองคิดเอาเอง มันคือเรื่องจริง อันนี้อันตรายสุดๆ )
    อย่าตีความหมายอะไรโดยใช้บรรทัดฐานของตัวเอง เช่น ถ้าทำแบบนี้แปลว่ารัก
    มองแบบนี้แปลว่าคิดถึง คนเรามันไม่เหมือนกันทุกคนหรอก เราเห็นบางคนเสียใจ
    แทบเป็นแทบตายอยู่คนเดียว เพราะสิ่งที่เค้าสร้างขึ้นมาเองทั้งนั้น มันน่าสงสาร
    กว่าการโดนคนอื่นทำร้ายอีกอ่า T^T 
     
    อารมณ์     
                           i am what i am
     
    แทบทุกที เราก็มักจะปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือทุกอย่างเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน
    (อันนี้หนักหน่อย)ด้วยสายงานที่ต้องใช้ความคิด(สร้างสรรค์บ้างไม่สร้างสรรค์บ้าง)
    บางทีอารมณ์มันก็เป็นสิ่งสำคัญแหละ แต่ก็ไม่ทั้งหมด ถ้าไม่มีอารมณ์ทำงานจะทำไร
    ไม่ได้เลย ซึ่งมันดูไม่ค่อยโปรเท่าไหร่ หรือแม้กระทั่งการเขียนบล็อก ปีนี้ เราเขียนมันน้อย
    มาก ผิดความตั้งใจที่ตั้งไว้ตอนแรก บางทีอยากเขียน แต่ไม่มีเวลา พอมีเวลา ก็เขียนไม่
    ออกซะงั้น พบว่า สิ่งที่ยากที่สุดคือ การทำอารมณ์เพื่อเริ่มต้นทำอะไรซักอย่าง ถ้าเริ่มได้
    แล้ว มันก็จะทำได้ไปเรื่อยๆ แต่ขอย้ำว่ามันยากมากจริงๆ จนบางอย่างก็ไม่ได้เริ่มซักที
    ข้อนี้ไม่ดี อยากจะแก้ แต่ก็มักจะหมดอารมณ์ก่อนทุกที (อ้าว)
     
     
    M S N          
                          Closer n' Closer
     
    บางทีไม่ต้องคุยกัน แต่เห็นว่าออนไลน์อยู่ ก็เหมือนเราอยู่ใกล้กันแล้ว ^///^
    หัวเอ็มมักจะบอกความเป็นไปของแต่ละคน บางคนที่ไปอยู่ไกลกัน เราก็ได้รู้
    ว่าเค้าเป็นยังไง ตัดผมใหม่เปรี้ยวแค่ไหน รัก MSN ที่สุด มันคือสิ่งจำเป็นในชีวิตเรา
    เราได้รู้จักกันมากขึ้น คุยแลกเปลี่ยนเรื่องราว เหมือนเราไม่ได้ห่างกัน
    มันอาจจะดีเท่าการพูดคุยจริงๆไม่ได้ แต่บางทีมันก็ทำให้เราคิดให้ดีก่อนที่จะบอกอะไร
    ออกไป บางทีปากมันพล่อย แต่ตัวหนังสือเราได้เห็นก่อน ได้อ่านมันก่อนที่จะส่งไป
    และ การออนไลน์สำหรับเรามันหมายความว่า เรายังมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้
    (เคยเขียนไปแล้ว และก็ยังคิดแบบนี้อยู่)
    ขอบคุณ Microsoft ที่ทำให้เราใกล้ชิดกันมากขึ้น!!!
     
     
    Communication Error
                     less talk,more understand???
     
    เรามักคิดว่าสนิทกันแล้ว คุยกันมาเยอะแล้ว ทำงานเข้าขากันแล้ว จะเข้าใจกัน
    ไปทุกเรื่อง ส่วนใหญ่จะใช่ แต่บางทีก็ผิด และผิดอย่างร้ายกาจซะด้วย ฮ่าๆๆๆ
    บางครั้งเราเองก็ประมาท คิดว่าต่างฝ่ายต่างเข้าใจกัน เพราะก็เข้าใจกันมาตลอด
    แต่ความผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ เช่น ต่างฝ่ายต่างคิดว่า อีกคนนึงทำงานชิ้นนี้
    แล้ว พอถึงวันต้องส่ง ก็ไม่มีงานส่ง หรือ นัดกันผิดที่ เพราะฝ่ายนึงคิดว่าอีกคนรู้แล้ว
    อีกฝ่ายก็มั่นใจว่าคนนู้นอยู่ที่นี่แน่ๆ แต่ดันเป็นคนละที่กัน (แป่ว)อาจวิกฤตในตอนที่
    เกิดเหตุ แต่สุดท้ายมันก็จะกลายเป็นเรื่องขำ ไว้อำกันต่อได้ ปีที่ผ่านมาเป็นบ่อยสุดๆ
    ประจำเลย อันนี้ไม่มีอะไรร้ายแรง แค่ปีนี้จะพยายามพูดในสิ่งที่จำเป็น ให้ข้อมูล
    ที่สำคัญและรอบคอบให้มากกว่านี้ 
     
     
    HOLGA       
                My New World :]
     
    มันคือโลกใบใหม่ เป็นของรักของหวง ที่เอาติดตัวไปทุกที่ ทุกครั้งที่กดชัดเตอร์
    มันมีความหมาย (เพราะฟิล์มม้วนนึงถ่ายได้น้อย ต้องคิดให้ดีก่อน 55+)ตื่นเต้นทุกครั้ง
    ที่ไปเอารูปที่ร้าน เห็นรูปออกมาสวยก็จะดีใจมาก ลัลลาสุดๆ แต่ถึงยังไงเราก็ยังชอบถ่าย
    Portrait อยู่ดี Lomo ของเราก็จะเต็มไปด้วยหน้าคนๆๆๆ อิอิ ถ่ายดิจิตอลจนชิน
    ทำให้เราเป็นคนใจร้อน ถ่ายปุ๊ปรู้เลยว่ารูปเป็นไง แต่อันนี้ต้องรอ ต้องใจเย็น อดทน
    ภาพตุ่นๆ มัวๆ ของโฮลก้า มันได้ฟิลล์ชะมัด!!หลงรัก Medium Format กับ
    Vignett เข้าเต็มที่ ปีนี้จะพาไปเที่ยวบ่อยๆนะ น้องโฮลก้า :)
     
     
    ติด      
            addicted!!
     
    notebook|MSN|Hi5|iPhone|น้องขาว|SMS|HOLGA|
    คัตโตะ |จ๊อบ|โอ๋ |ปอ|พี่บิ๋ม |บุ๋ม (คิดถึงๆ)|จิจิจิ |โค้ด|
    Lipta Band&Lipta Mission|บัว-ฝน-แคท-ฟาง|พี่เหนือ|
    จานแก๊ป|eye liner|ขนตาปลอม|Smashbox Tint(Fon's)|
    เสื้อผ้า Vintage|รองเท้าส้นสูง|ลิปสติกสีนู๊ด|ที่หนีบผม|โลชั่นสตอเบอรี่|
    Victoria Secret Body Splash :)|Bath&Body Work
    Hand Gel(ปอให้ๆๆ)|ไพ่|บ่อนสีลม|บ่อนลาดพร้าว|siam square|
    Suanlum Night Bazzar|Zen|ขนมหวานสีๆทุกชนิด|polar ice|
    Cola Lime Frost ที่ Vanilla|Trust Me|Milk Tea Freeze|
    กิมจิผัดไข่|เต้าหู้ทรงเครื่อง|โดนาเบะ|โอโตยะ|ซีซ่าร์สลัด |Saturday Night|
    Sweet&Cheese popcorn หน้าโรงหนัง|Foodland หลังตีสอง|
    ชาเก๊กฮวยโคคา|adobe photoshop&illustator|LOMOlization|
    บ้าระห่ำ|คนจริง|การท้าทายกับตัวเอง|H A P P I N E S S !!!
     
    ทั้งหมดคือสิ่งที่ "ติด" มาก และทั้งหมดนี้ เราเรียกว่า "ความสุข"
    สังเกตตัวเอง ว่าเป็นคนประเภท "เสพติดความสุข"
    อะไรที่ชอบ หรือ อะไรที่ใช่กับตัวเอง ก็จะอัดเต็ม ไม่มีกั๊ก
    ก็เมื่อความสุขมันอยู่ตรงหน้าแล้ว เราจะปฏิเสธมันทำไมล่ะ??
    พรุ่งนี้จะเป็นยังไงก็ยังไม่รู้ รู้แต่ว่าถ้าวันนี้มันมีเรื่องดีๆ เราก็คงไม่ปล่อยให้มันเลยผ่านไป
    โดยที่ไม่มีเราอยู่ในนั้น ... เคยทำใจแข็งหลายครั้ง แต่ไม่เคยสำเร็จซักที
    โบราณบอกว่า ให้ อดเปรี้ยว ไว้กินหวาน 
    แล้วอะไรที่มันจะการันตีว่า พรุ่งนี้มันจะหวาน หรือแม้แต่ จะมีพรุ่งนี้ให้เรารึป่าวก็ยังไม่รู้
    ตราบใดที่เรายังรู้ตัวว่า เราทำอะไรอยู่ และยอมรับผลของความไม่แน่นอนของอนาคตได้
    อยากทำอะไรเราจะทำ เพื่อจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียดายว่าทำไมวันนั้นไม่ทำลงไป
     
    คนจริง     
               workaholic 
     
    ยิ่งโตขึ้น ก็สังเกตตัวเองได้ว่า เป็นคนจริงจังมากขึ้นเรื่อยๆ เรามักจะจริงจังกับเรื่องงาน
    อะไรก็ตามที่เราจัดประเภทว่าเป็นงาน เราจะทำมันอย่างมุ่งมั่น ไม่ว่าจะเป็น งานประจำ
    งานดีเจ งานทำขำๆช่วยเพื่อน งานที่ไปอาสามาทำเอง ทุกอย่างต้องดี และ ดีที่สุด
    จะไม่มีการทำผ่านๆไป ฟังดูเหมือนจะดี แต่บางที ทำไปแล้วมามองย้อนไปดูตัวเอง
    ก็ตกใจเหมือนกัน ว่าทำไมต้องจริงจังขนาดนั้นด้วย คนอื่นๆ จะมองว่า เราดุ
    จริงๆ แล้วก็ไม่ได้ดุอะไรหรอก ช่วงเวลานั้นอาจเป็นช่วงที่เรากำลังจริงจังกับอะไรซักอย่าง
    อยู่ก็เป็นได้ เวลา relax ก็มีนะ ฮ่าๆๆ
    อีกอย่างที่แอบภูมิใจตัวเองนิดหน่อย คือ รู้สึกว่า ตัวเองเป็นคนพูดจริงทำจริง ถ้าอะไรที่
    บอกว่า ได้ ก็จะต้องทำให้ได้ และต้องทำให้ดีที่สุดด้วย ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหนก็ตาม
    จะไม่มีการรับปากไปส่งๆ ถึงบางอย่าง จะบ้าบื่น ระห่ำไปหน่อยก็เหอะ ถ้าลองตั้งใจว่าจะทำ
    แล้วก็จะเดินหน้าทำๆๆไป กล้าทำไม่กลัวเจ็บ
    ปีนี้จะทำหน้าโหดให้น้อยลง บอกไว้ก่อนว่า บางทีก็ไม่ได้ทำ มันเป็นของมันเอง แต่จะ
    เตือนตัวเองบ่อยๆ แล้วกัน
     
     
    2talk     
                           my precious  
     
    คำนี้มีอิทธิพลกับชีวิตเรามากในปีที่ผ่านมา และปีต่อๆไปด้วย มันคือช่วงเวลาของการทำงาน
    ที่น่าภาคภูมิใจ และมีความหมายสำหรับเรามากๆ มีเหตุการณ์เยอะแยะเกิดขึ้น ตั้งแต่เรื่อง
    ที่ดีที่สุด ถึงเรื่องที่เศร้าที่สุด แต่เราก็ผ่านมันมาได้ "ด้วยกัน" ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นยังไง
    หรือจะเกิดอะไรขึ้น เราจะขอเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมเล็กๆ นี้ตลอดไป :)
    ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา...
    และทุกอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วย !!!!
     
     
     
    ปล. เอนทรี่นี้ตั้งใจว่า จะเขียนให้จบก่อนปีใหม่ แต่ก็ยืดเยื้อจนได้ 55+
     
    Note                     
    Happy New Year 2009 to All...and you,Parii keep trying your best na
     
     
     
     

    Comments (8)

    Please wait...
    Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
    You didn't enter anything. Please try again.
    Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
    To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
    Your parent has turned off comments.
    Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
    You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
    Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
    Complete the security check below to finish leaving your comment.
    The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

    To add a comment, sign in with your Windows Live ID (if you use Hotmail, Messenger, or Xbox LIVE, you have a Windows Live ID). Sign in


    Don't have a Windows Live ID? Sign up

    happy new year จ้าพี่เตยยย

    บ่อนลาดพร้าว กับ บ่อนสีลม คุ้นนๆ555+
    ความสุขพี่เตยเยอะแยะไปหมด
    ขอให้ความสุขอยู่กับพี่เตยนานๆจ้ะ
    :)
    Jan. 11
    mYdEaRwrote:
    บางทีไม่ต้องคุยกัน แต่เห็นว่าออนไลน์อยู่ ก็เหมือนเราอยู่ใกล้กันแล้ว ^///^
    หัวเอ็มมักจะบอกความเป็นไปของแต่ละคน บางคนที่ไปอยู่ไกลกัน เราก็ได้รู้
    ว่าเค้าเป็นยังไง

    --->เห็นด้วยเลยค่ะ

    นู๋เป็นอีกคนที่ชอบเดือนธันวามากที่สุดในบรรดา 12 เดือน


    แต่ไม่กลัวปีใหม่แบบพี่เตยนะคะ

    อิอิ
    Jan. 9
    Thani Pwrote:
    อย่าสาดน้ำใส่กันนนนนนนนนนนนน
    -*-

    555+
    ไม่ติดกันละหน้าดู
    55+
    Jan. 5
    AuMnAka kwrote:
    happii new yearrr kaa!!!
    Jan. 5
    "การออนไลน์สำหรับเรามันหมายความว่า เรายังมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้" --> that's right!!
    happy new year naaaaaa~
    Jan. 5
    HAPPY NEW YEAR YAHOOOOO!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
    Jan. 4
    Joi3 niNNinwrote:
    สมควรติดขนตาแล้วครับ
    Jan. 2
    PRAEWPROW S.wrote:
    ปีหน้า Keywordของพี่เตยก็คงจะเพิ่มขึ้นอีก
    cuz ur world stans for sth much bigger!!
    :)
    Jan. 2

    Trackbacks

    The trackback URL for this entry is:
    http://toeytoeytoey.spaces.live.com/blog/cns!D1D3DF93A4EE01FA!1478.trak
    Weblogs that reference this entry
    • None